เทรดเดอร์ระดับตำนาน

ตำนานนักเทรดบรรลือโลก Jessie Livermore

Jesse Livermore มีชื่อเต็มว่า Jesse Lauriston Livermore เป็นนักเทรดชาวอเมริกัน อายุ 63 ปีเขาถือเป็นตำนานที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง แม้ว่าชีวิตเขาจะโลดโผนขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ว่าก็ถือว่าเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ

Jesse Livermore เกิดใน Shrewsbury รัฐ Massachusetts ในครอบครัวที่เรียกได้ว่า ยากจนก็ได้ครับ ในช่วงแรกเขาเขาเริ่มเทรดเมื่อตอนอายุ 14 ปี เขาหนีจากชีวิตทุ่งนาและเริ่มอาชีพ เทรดที่ Paine Webber โดยเป็นคนโพสต์ราคาให้กับโบรคเกอร์ในบอสตัน ในการทำงานของเขา  Livermore จะทำการคำนวณราคาของ Futures ในตลาดจากการคำนวณของเขา และกำหนดราคาของเขาไว้ก่อนแล้วเขาจะมาดูความแม่นยำทีหลัง เพื่อนคนหนึ่งของเขาพยายามชวนเขาลงทุนในหุ้นซึ่งทำการซื้อขายหุ้นว่าราคาหุ้นจะขึ้นหรือลง แต่ว่าการซื้อนั้นจะไม่ได้หุ้นจริง ๆ มา ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็คือการพนันนั่นแหละครับ เอาจริง ๆ โลก Forex ของเราทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้นนะครับ เพราะว่า การที่เราซื้ออัตราแล้วเปลี่ยนนั้นเราก็ไม่ได้อัตราแลกเปลี่ยนหรือเหรียญมาครอง มันเป็นแค่ Contract for difference หรือ CFD ถ้าหากหุ้นมีปัญผลเราก็ไม่ได้ปันผลนั้นเช่นกันครับ ยกเว้นโบรคเกอร์ใหญ่ ๆ หรือเราซื้อกับธนาคารนะครับ ในช่วงแรกเขาทำกำไรได้  6 เหรียญ ซึ่งตอนนั้นเขาอายุแค่ 15 ปีเท่านั้น ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็เริ่มเทรดใน Bucket Shops ซึ่งทำให้เขาได้เงินมากกว่าการทำงานที่ Paine Webber หลังจากนั้นเขาเลยตัดสินใจลาออกจากงานที่เดิมและมาเทรด Full Time จริง ๆ จัง ๆ เขาใช้เวลาไม่นาน ทำกำไรได้ 1,000 เหรียญแล้วก็จ่ายเงินให้พ่อแม่ของเขา แล้วก็สร้างพอร์ทการลงทุนที่ใหญ๋ขึ้น เขาได้กำไรจากร้าน Bucket Shop บ่อย ๆ จนถึงขนาด 10,000 เหรียญแล้วเขาก็ขยับตัวเองมาเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น Wall Street

หลังจากนั้นไม่นาน ราว ๆ 6 เดือนที่เขาก้าวเข้ามาในตลาด Wall Street Jesse ขาดทุน เขาพบกว่า กลยุทธ์ที่เขาใช้กับการลงทุนใน Bucket Shop นั้นใช้ไม่ได้ผลกับตลาดหุ้น Wall Street เขาเริ่มทำการบ้านกับการเทรดอย่างจริงจัง เพื่ออยากจะประสบความสำเร็จระยะยาว กว่าจะกำไร ก็ปาเข้าไปปี 1901 แล้ว เขาทำการส่ง Buy หุ้น Norther Pacific เขาทำเงินจากเงิน 10,000 ไปเป็นเงิน 50,000 เหรียญ ซึ่งฟังดูอาจจะน้อยแต่ว่า นั่นระยะเวลานานมาแล้วทำให้มันเป็นเงินจำนวนมากอยู่เช่นกัน

กลยุทธ์การเทรดของ Livermore นั้นยังส่งผลให้เทรดเดอร์หน้าใหม่ ๆ หลายคนพยายามที่จะทำความเข้าใจและศึกษา กลยุทธ์ของเขาเกี่ยวข้องกับการกำหนดอารมตลาด เขาเชื่อว่าควรจะเทรดในทิศทางเดียวกับเทรนด์ และดูสภาพตลาด เขามักจะเดิมพันหนักเมื่อตลาดมันยืนยันการเข้าเทรดในทิศทางของเขา และถ้าเกิดว่าตลาดมันไม่เข้าเงื่อนไขเขาก็จะไม่เทรดเลยเช่นกัน นั่นเป็นสไตล์ของเขา เขาเชื่อว่า ไม่มีคำว่าช้าเกินไปในการส่ง Buy หรือส่ง Sell ไม่ทัน นั่นแสดงให้เห็นถึงความเชื่อที่ว่า จะมีจังหวะอื่น ๆ ให้เราได้เทรดอยู่เสมอ  ไม่มีคำว่าช้าเกินไป ไม่มีคำว่าตกรถ การเทรดของ Livermor ทุกวันนี้ถือเป็นตำนาน และการเทรดนั้นนำเขาไปสู่ตำนานการเทรดของนักเทรดที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีชีวิตอยู่ เขาทำการ Short Position ของหุ้น Union Pacific Stock ก่อนวันที่จะเกิดแผ่นดินไหวใน San Francisco ในวันที่ 18 เมษายน 1906 ครั้งนั้นเขาทำเงินกว่า 250,000 เหรียญซึ่งการเทรดนี้เป็นการเทรดตามสัญชาตญาณและทำกำไรได้มหาศาลให้แก่เขา เขาบอกว่า ถ้าเกิดเขารู้สึกอะไรแปลก ๆ เขาจะทำตามสัญชาติญาณ

อย่างไรก็ตามในปี 1907 เขาเทรดผิพลาดและทำให้เขาล้มละลาย จกการเทรดฝ้าย เขาเทรดขาดทุนจนติดหนี้ อย่างไรก็ตามจะเชื่อหรือไม่เขาเทรดกลับมาใช้หนี้และทำกำไรกลับมาได้อีกครั้ง หลังจากมาทำกำไรได้ เขาต้องเผชิญการขาดทุนครั้งใหญ่อีกครั้งในปี 1929 เขาหย่ากับเมียคนที่สอง ทำให้เขามีปัญหาทางจิตและไม่สามารถเทรดได้ ทำให้ชีวิตเทรดเดอร์ของเขาต้องจบลง  ข้อสังเกตุที่ผมอยากจะฝากไว้อย่างหนึ่งสำหรับการเรียนรู้จากบทเรียนของ Jesse Livermore คือ แม้เราจะพนันและทายถูกเป็นส่วนใหญ่ แต่แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรตายตัวในโลกของเรา ไม่มีอะไรที่เราจะชนะตลอดไป ฉะนั้นเมื่อคุณได้กำไร คุณต้องรู้จักกระจายเงินลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ให้มันเพิ่มค่า ไม่ใช่เล่นพนันอย่างบ้าคลั่ง

ตำนานคุณย่ามหาภัยแห่ง Forex : Ingeborga Mootz

Ingeborga Mootz เป็นคุณย่าที่ธรรมดาและไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรมากนัก เมื่อเทียบกับนักเทรดอย่าง George Soros ตอนนี้เธออายุ 96 ปีแล้วเธอเป็นคุณย่าที่รวยเป็นมหาเศรษฐีจับต้องได้ แต่ว่าก่อนหน้านี้เธอไม่ได้รวยมากก่อนก่อนที่จะเทรด จริง ๆ แล้วเมื่อย้อนไปประมาณ 15 ปีก่อนหน้า เธอเป็นหญิงหม้ายที่ไม่มีใครรู้จัก และไม่มีใครสนใจในวัย 80 ปีเธอก็เป็นหญิงแก่ธรรมดา แต่ตอนนี้เธอเป็นบุคคลที่มีคนรู้จักเธอเป็นอย่างดี  เธอเป็นคนเยอรมัน เกิดในเมืองเล็ก ๆ ชื่อเมือง Giessen ในปี 1922 ในชีวิตของเธอนั้น ผมก็ต้องบอกว่าเธอผ่านความยากลำบากต่าง ๆ นา ๆ มานับไม่ถ้วน เพราะอายุขนาดนี้ก็ต้องประสบกับวิกฤติทางการเมือง สงครามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเยอรมัน เธอพยายามจะหนีไปต่างประเทศ

ในวัย 17 ปี เธอเป็นหญิงสาวยากจน และแต่งงาน ซึ่งการแต่งงานของเธอนั้นเธอคาดหวังว่า ชีวิตของเธอจะพบกับความสุขสบายและเรียบง่ายหลังจากการแต่งงาน แต่ว่ากว่าที่เธอจะได้มีชีวิตที่สงบสุขมันก็เกิดขึ้นอีกกว่า 60 ปี นั่นคือในวัย 77 ปีเข้าไปแล้วนั่นเอง ในชีวิตคู่ของเธอ สามีของเธอ Herr Mootz เป็นคนโลภ และติดการพนัน ทำให้ชีวิตการแต่งงานของเธอประสบกับความยากลำบากมากกว่าอะไร แต่ว่า Ingeborga ไม่เคยยอมแพ้ และไม่หยุดที่จะฝันที่จะมีชีวิตที่ดี เพราะว่า สามีของเธอ คิดว่าเธอโง่เกินไป และโง่เกินกว่าที่เธอจะทำงานได้ เธอบอกว่า “ถ้าคุณไม่ให้ฉันทำงาน ฉันก็จะหัดซ้อขายหุ้น” เธอบอกสามีของเธออย่างนั้น แต่ว่าเธอไม่รู้หรอกว่า เธอจะเริ่มทำการเทรดหุ้น หรือว่าทำการเทรดให้เป็นจริงได้อย่างไรซึ่งทำให้เธอได้แต่อาศัยอยู่ในความจน จนกระทั่งสามีของเธอเสียชีวิต

หลังจากการตายของสามี เธอกลายเป็นหม้ายแถมไม่รู้ว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างไร ในเมื่อเธอไม่มีอาชีพ แต่ว่า ฟ้าย่อมมีแสดงสว่างในสักวัน หลังจากที่เธอได้ตรวจเอกสารของสามีของเธอที่ทิ้งไว้ให้หลังจากการเลียชีวิต เธอพบว่าเขาเป็นเจ้าของหุ้น Concern 1000 หุ้น ซึ่งเป็นเงินที่สามีของเธอทำงานมาตลอดชีวิต  หลังจากนั้นการตัดสินใจของเธอไม่ได้ใช้เวลานานว่า จะเป็นหญิงชราจน ๆ หรือว่าจะเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพอย่างที่เธอไฝ่ฝัน มันหม่ได้ยากอยู่แล้ว ในครั้งแรก Ingeborga ไม่ได้ทำการบุ่มบ่ามแล้วเสี่ยงทุ่มเงินทั้งหมดที่มีในชีวิตของเธอในการเทรดช่วงแรก และนี่คือจุดเริ่มต้นของคุณย่ามหาภัยพันล้านก็ได้เกิดขึ้น

ในช่วง 8 ปีแรกของการเทรดของเธอ เธอทำกำไรได้มากกว่า 500,000 Euro และหลังจากนั้น Ingeborga ก็เป็นเทรดเดอร์ที่เป็นที่รู้จัก ในด้านความสามารถทำกำไรจากการที่ไม่มีเครื่องมือ หรือว่าสัญญาณเทรด หรือแม้แต่อินเตอร์เนทในการเทรดเลย  นอกจากนี้เธอยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับการเทรดซึ่งเขียนกับวิธีการเทรดของเธอ เทคนิคของเธอและวัสดุที่เธอมี ตอนแรกบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ไม่อยากจะตีพิมพ์หนังสือของเธอ เนื่องจากเขาคิดว่าเธอเป็นแค่มือสมัครเล่น อย่างไรก็ตาม Ingeborga ไม่เคยยอมแพ้เรื่องนี้เธอได้โพสต์ขายคอร์สเทรดออนไลน์แทน ทำให้วิธีการเทรดของเธอเขาไปสู่โลกอินเตอร์เนทและโด่งดัง ถ้าหากคุณอยากรู้ ลองเสริชหาคำว่า Borsenkrimi หรือ Stock market Detective ก็ได้ก็จะเจอเอง มาถึงตอนนี้คุณอาจจะงงว่าเธอซื้อขายหุ้นด้วยวิธีการอย่างไร เรามาดูกันครับ

กลยุทธ์การซื้อขายของ Ingeborga

จริง ๆ แล้วกลยุทธ์องเธอค่อนข้างธรรดาและเรียบง่าย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเทธอจะอยู่ในตลาดหุ้นเป็นหลัก ซึ่งจะซื้อหุ้นในหุ้นขนาดกลาง โดยเธอจะเลือกจาก DAX-30 แล้วหลังจากนั้นเธอจะเลือกบริษัท และเมื่อเธอเลือกบริษัทมาเธอจะดูข่าวจากหนังสือพิมพ์ อ่านสรุปข่าวประจำวัน ดูราคาหุ้นปัจจุบัน ราคาในรอบ 12 เดือนที่แล้ว และราคาสูงสุด ถ้าหากว่า ราคาหุ้นต่ำมาก หมายความว่าบริษัทอาจจะกำลังประสบปัญหา เธอบอกว่าอย่าซื้อหุ้นเมื่อราคามันกำลังร่วงเพราะมันอาจจะทำให้ขาดทุนได้ เธอจะตรวจสอบราคาย้อนหลัง 5 ปี สุดท้ายเธอจะลบออกด้วยต้นทุนต่ำสุดจากราคาสูงสุดเพื่อหาเป้าหมายกำไรของปีถัดไป ซึ่งจะได้กรอบราคามา เธอจะตรวจสอบว่าตอนนี้ช่วงนี้ราคาถูกหรือแพงแล้วเธอจะซื้อ

ตำนานเซียนเต่า Richard Dennis

เขาชื่อ Richard Dennis เขาถือว่าเป็นตำนานที่ยังคงสร้างแรกบันดาลใจให้เทรดเดอร์หลาย ๆ คน เขาถือว่าเป็นตำนาน มีคำกล่าวว่า เมื่ออายุประมาณ 23 ปี เขายืมเงินมา 1,600 เหรียญแล้วก็ทำมันให้เป็นเงิน 200 ล้านเหรียญ ภายในระยะเวลา 10 ปี ด้วยการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์  เพียงแค่อายุ 26 ปีเขาก็เป็นเศรษฐีเงินล้านตั้งแต่เด็กแล้ว  เราลองมาฟังเรื่องย่อของชีวิตของเขากัน

Richard Dennis ถือเป็นอัจฉริยะทางด้านการเทรดโภคภัณฑ์ มีฉายาว่า Prince of the Pit เกิดในปี 1949 เขาเติบโตในครอบครัวชาวไอร์แลนด์ ที่ค่อนข้างยากจน ทางตอนใต้ของเมืองชิคาโก้ พ่อของเขามีอาชีพ รับจ้างทำความสะอาด  ในช่วงแรก Richard เริ่มเข้าสู่วงการเทรดโดยการเป็น เดินออเดอร์เทรดในตลาด Chicago Mercantile Exchange ในวัย 17 ปี ไม่กี่ปีต่อมา เขาเปิดบัญชีเทรดเองที่ MidAmerica Commodity Exchange โดยเทรดposition ขนาดเล็กมากในช่วงนั้น เรียกว่า mini contract แต่ว่า ตอนนั้นคนที่อายุไม่ถึง 21 ปีไม่สามารถเทรดได้ ทำให้เขายังได้แต่ทำงานเป็นวิ่งออเดอร์เทรดให้คนอื่น เท่านั้น แล้วจ้างให้พ่อของตัวเขาเองมาเทรดแทน นั่นคือวิธีการที่จะทำให้เขาได้เทรดหุ้น แม้ว่าจะยากลำบากสักหน่อยแต่ด้วยความพยายามของเขาอย่างหนักหน่วงทำให้เขาประสบความสำเร็จในการเทรดของเขา

ด้านการศึกษา Dennis ได้รับปริญญาตรี สาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัย DePaul University แล้วได้รับทุนการศึกษาให้เรียนรต่อในระดับบัณฑิตศึกษาด้านปรัชญญาที่มหาวิทยาลัย Tulane University แต่ว่าหลังจากนั้นเขาเปลี่ยนใจแล้วก็กลับมาเทรด ในช่วงแรก ๆ นั้นเขาไม่มีเงินเลย เขาเลยขอยืมเงินจากครอบครัวของเขาเป็นเงิน 1,600 เหรียญจากครอบครัวของเขา เขาได้ใช้เงิน 1,200 เหรียญสำหรับการมีเก้าอี้ที่ MidAmerica Commodity Exchange ทำให้เขามีเงินเหลือเพียง 400 เหรียญ ในช่วงปี 1970 เขาทำกำไรเพิ่มกลายเป็น 3,000 เหรียญ ซึ่งถ้าเรามองย้อนกลับไปเราจะพบว่า เขาเริ่มจากการมีเงิน 400 เหรียญไม่ได้เริ่มจากเงิน 1600 เหรียญ ในช่วง 3 ปีหลังจากนั้น คือประมาณปี 1973 เงินทุนของเขาเพิ่มเป็น 100,000 เหรียญ แล้วก็ทำกำไรได้เป็น 500,000 เหรียญจากการเทรด ถั่วเหลือง ในปี 1974 และไม่นานหลังจากนั้น เขาก็มีเงินกว่าล้านเหรียญ เพียงแค่อายุ 26 ปีเท่านั้น

Dennis เชื่อว่า การที่เขาเทรดและประสบความสำเร็จอย่างที่เขาเป็นั้น มีความน่าจะเป็ฯว่าสามารถฝึกและถ่ายทอดได้ เพื่อให้มันมีสีสัน เขาเลยไปคุยกับ William Eckhardt ซึ่งเป็นเพื่อนเทรดเดอร์ของเขา เขาเริ่มพิสูจน์สมมุติฐานของเขาโดยการเลือก คนจำนวน 23 คน โดยคนกลุ่มนี้เป็นผู้ชาย 21 คนและ ผู้หญิง 2 คน นำมาฝึก โดยเขาจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มในการเทรด เขาบรรยายว่า กลุ่มหนึ่งเทรดตั้งแต่  เดือน ธันวาคม 1983 และอีกกลุ่มหนึ่งเริ่มจากเดือนธันวาคมปี 1984 โดยเขาเป็นคนเทรดกลุ่มคนเหล่านี้ ให้มีชื่อสมมุติว่า เป็นเต่า หรือเรียกว่า Turtles ในภายใน 2 สัปดาห์ พวกเขาฝึกใช้ระบบเทรดตามเทรนด์ธรรมดา และการใช้กรอบราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ในการเทรด ค่าเงิน รวมทั้งตลาดพัธนบัตร โดยใช้หลักการว่า ถ้าราคาสูงกกว่ากรอบปัจจุบันให้ซื้อและขายเมื่อราคามันต่ำกว่ากรอบปัจจุบัน โดยคำว่า Sell หมายความว่า เปิด Position Sell ก่อนและปิดทีหลังนั่นเอง

กลุ่มมือใหม่ที่เขาเลือกมาฝึกทั้งหมด ถูกฝีกให้ซอยขนาดออเดอร์ให้เล็กลงในช่วงที่ขาดทุน และเพิ่มขนาดขึ้นเมื่อกำไร ซึ่งอาจจะสูงถึง 1 ใน 3 และ ครึ่งต่อครึ่งเลยก็ได้ ซึ่งระบบแบบนี้จะขาดทุนเมื่อราคาแกว่งตัวเป็น Side Way ขณะที่ตลาดวิ่งมันจะกำไร หลังจากนั้นเขาเอาเงินของเขาเองให้คนเหล่านี้ฝึกบริหาร ซึ่งผลการทดลองของเขา เมื่อเขาฝึกจนครบ 5 ปีแล้วเหล่าลูกเต่าที่เขาฝึกได้ ทำกำไรรวมทั้งสิ้นกว่า 175 ล้านเหรียญ มันเป็นไปได้ยังไงครับ เก่งสุดยอดไปเลย

ช่วงนั้นนอกจากจะฝึกพวกเต่าเหล่านี้แล้ว  Dennis ยังเริ่มบริหารจัดการเงินทุนสำหรับลูกค้าส่วนบุคคล และเลิกไปในช่วงปี 1988 เนื่องจากทำให้ลูกค้าขาดทุนครั้งใหญ่ จากการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 1987 หรือที่เรียกกันว่า black Monday หลังจากนั้นเขาเลิกเทรดและหันตัวเองเข้าสู่ถนนทางด้านการเมือง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น