การเลือก Broker Forex

โบรคเกอร์เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการเทรด เพราะว่า โบรคเกอร์แสดงถึงหลายอย่าง เช่น ความปลอดภัยของเงินทุน ความน่าเชื่อถือในการบริการ ความได้เปรียบในการเทรด ความสะดวกในการฝากถอน การเลือกโบรคเกอร์จึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วจะเลือกเฉพาะที่ได้รับความนิยมไว้ก่อน แต่ก็ยังมีเทรดเดอร์หลายคนที่ไม่รู้ว่าจะต้องเลือก Broker อย่างไร บทความนี้ จะมาอธิบายว่า จะมีปัจจัยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการเลือกโบรคเกอร์ดังต่อไปนี้

ตัวเลือกการฝากถอน

การคัดเลือกโบรคเกอร์สำหรับเทรด นั้น การฝากถอนถือเป็นตัวเลือกลำดับแรก ๆ ในการพิจารณา การฝากถอนนั้น จะต้องพิจารณาองค์ประกอบย่อยในนั้นอีก นอกจากจะต้องมีการให้บริการการฝากถอนที่ดีแล้ว การฝากถอนเราจะต้องดูอะไรบ้าง ดังนี้

  1. การฝาก-ถอนผ่านบริการในพื้นที่ หมายความว่า การฝากถอนและเทรด Forex ในไทยสามารถทำได้ง่าย เช่นการมีตัวแทนผู้ฝากถอนเข้าบัญชีโดยสามารถฝากเป็นเงินบาท และถอนเป็นเงินบาท การฝากถอนทำให้เราสามารถทำได้รวดเร็ว ไม่เสียค่าธรรมเนียม เพราะนี่คือความได้เปรียบของเราในการเทรด บางครั้งเราต้องการความรวดเร็วในการฝากและถอน เนื่องจากต้องการใช้เงิน ประสิทธิภาพในการฝากถอนจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  2. ต้นทุนในการฝากถอน บางแห่งมีค่าธรรมเนียมในการฝากถอน ซึ่งเป็นต้นทุนของเราแน่นอน ต้นทุนที่เกิดขึ้นกระทบกับกำไรขาดทุนของเราที่อยู่ในตลาด ค่าธรรมเนียมในการฝากถอนบางโบรคเกอร์ไม่มีต้นทุนนี้ซึ่งทำให้เราสามารถทำกำไรได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

โบนัสหรือ Option

อีกตัวแปรที่จะต้องพิจารณาคือ ตัวแปรเรื่อง Bonus ในการเทรด ไม่ได้หมายความว่า Broker ที่ไม่มี Bonus ไม่ดี แต่นั่นเป็นเพราะว่า บางโบรคเกอร์เสนอ Bonus ในกการเทรดให้ แต่ว่า Bonus นั้นไม่สามารถเอาไปใช้เป็น Equity ในการเทรดได้ ดังนั้น สิ่งที่ควรดูคือ โบนัสเหล่านั้นสามารถใช้ได้หรือเปล่า เพราะว่า เรามักจะตกหลุมไปกับ Bonus ที่เอามาล่อเราได้ง่ายเกินไป เพื่อให้เราได้โบรคเกอร์ที่ดี เราต้องแยกให้ได้เสียก่อน บางโบรคเกอร์ที่มีโบนัสและมีคุณภาพดีและมีความน่าเชื่อถือก็มีอยู่จริงเช่นเดียวกัน

ค่า Spread

ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเทรด เพราะว่าค่า Spread จะกระทบกับกำไรที่เราจะได้ มันคือต้นทุนต่อ position ของเรา มันทำให้เราจะต้องมานั่งออกแบบกลยุทธ์ในการเทรด เพราะว่าบางครั้งบางคนเขียน EA มาเสียดิบดี ทำการทดสอบ Back Test และคิดว่ามันได้กำไร โดยเฉพาะกลยุทธ์ประเภท Scalping ปรากฏว่า เมื่อนำไปเทรดจริง การเทรดนั้นกลับให้ผลลัพธ์เป็นผลขาดทุน ทั้งที่การทดสอบในสภาพแวดล้อมสามารถสร้างกำไรให้ได้ สาเหตุเนื่องจากไม่ได้ตรวจสอบ Spread ในการเทรด

รูปแบบบัญชีที่ให้บริการ

รูปแบบบัญชีที่ให้บริการหมายถึง  บัญชี Micro บัญชี Standard ซึ่งรูปแบบที่มีความหลากหลายสร้างตัวเลือกให้กับการสร้าง Model ในการเทรด บัญชีบางประเภท เช่น รูปแบบการเทรดที่ใช้ Scalping คือ บัญชีที่มี Spread ต่ำ เช่นบัญชี ECN account เป็นต้น ซึ่งด้วยภาวะการแข่งขันของโบรคเกอร์ที่สูง ทำให้ Broker ลด Spread ลงจำนวนมาก  ทำให้บัญชีรูปอื่นก็มีค่า Spread ต่ำเช่นเดียวกัน นอกจากนี้บัญชีบางประเภทยังมี การตั้ง Stop loss และ Take Profit ที่ใกล้กับราคาเข้าเทรดได้ ซึ่งเงื่อนไขแบบนั้นทำให้เอื้อตอ่การเทรดมาก ดังนั้นลักษณะบัญชีที่เทรดมีตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับเรายิ่งทำให้น่าสนใจ

การตอบ Chat และการช่วยเหลือ

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับเทรดเดอร์ คือ การให้บริการความช่วยเหลือช่องทางในการติดต่อลูกค้าแบบ 24 ชั่วโมง เนื่องจากบางครั้งเทรดเดอร์มักจะมีปัญหา และเขาคิดว่าเงินของเขาสำคัญ ทำให้การที่โบรคเกอร์ตอบสนองได้ทันทีเกี่ยวกับว่าทำไมเงินฝากแล้วไม่เข้า ถอนแล้วไม่ได้เงิน ติดตามออเดอร์ได้อย่างไร สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าได้มาก ซึ่ง เป็นจุดขายที่สำคัญเช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น