การเทรดทองคำ เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้

การเทรดทองคำ ทำไมจึงได้รับความนิยมสูง ?

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ผู้คนจำนวนมากก็ยังให้ความสนใจที่จะลงทุนกับทองคำ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีจุดเด่นแตกต่างจากสินทรัพย์อื่น ๆ อย่างมาก

*ทองคำไม่ใช้สินทรัพย์เพื่อการลงทุนเท่านั้น

  • การถือครองทองคำ มิใช่มีจุดประสงค์เพื่อการเก็งกำไรเสมอไป
  • แต่ประโยชน์ของการถือครองทองคำคือ “เป็นตัวช่วยประกันความเสี่ยง” ที่มีประสิทธิภาพ
  • ในช่วงเวลาวิกฤตเศรษฐกิจ, อัตราเงินเฟ้อสูง ทองคำมักจะเป็นสิ่งที่ถูกนึกถึงโดยเสมอ
  • เนื่องจากทองเป็นสินทรัพย์ที่คงมูลค่า และยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก จึงเป็นเหมือนแหล่งหลบภัย

ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ

  • เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หลายสิ่งย่อมได้รับผลกระทบเช่น หุ้น,ค่าเงิน,อัตราแลกเปลี่ยน,อสังหาริมทรัพย์
  • แม้แต่เงินฝากในธนาคาร ก็อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
  • แต่นั้นไม่ใช่กับทองคำ เพราะในช่วงวิกฤต ทองคำก็ยังคงมีความเป็นมูลค่า
  • ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทองคำก็ยังคงมีมูลค่า,สภาพคล่องที่สูง และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก
  • จากเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่าในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนั้น ราคาทองคำมักจะพุ่งสูงขึ้น
  • เนื่องจากอุปสงค์ที่สูงขึ้น จากการที่ผู้คนย้ายเงินทุนมาแลกเปลี่ยนเป็นทองคำ
  • การสะสมทองคำ จึงเป็นเหมือนการกระจายความเสี่ยง, ตัวช่วยประกันความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพสูง

หากถึงช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อสูง มูลค่าของเงินลดน้อยลง

  • ทองคำอาจเป็นสิ่งมีค่าที่สุด “ที่อาจช่วยชีวิตคุณและครอบครัว”
  • เพราะถึงแม้เศรษฐกิจในประเทศจะพัง แต่ทองคำก็ยังคงความเป็นมูลค่า และยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

การเทรดทองคำ ความเสี่ยงสูงหรือไม่ ?

เมื่อพิจารณาจากสถิติในอดีต ราคาทองคำก็มีช่วงเวลาที่เกิดความผันผวนสูง

  • ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์ที่ราคา Swing สูงต่อเนื่องติดต่อกันหลายพันจุด
  • ดังนั้นการเทรดทองคำโดยใช้ Margin, Leverage จึงถูกพิจารณาว่าอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง

จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในการวิเคราะห์แนวโน้ม และการบริหารความเสี่ยง

  • การเข้าไปในช่วงจังหวะที่ดี ในราคาที่เหมาะสม
  • และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการ วางแผนบริหารความเสี่ยงระยะยาว อย่างรอบคอบ

การเทรดทองคำ ทำได้กี่วิธี ?

ปัจจุบันการเทรดทองคำนั้น สามารถทำได้หลายวิธีมาก โดยวิธีที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่

  1. การถือครองทองคำแท่ง
  2. การลงทุนผ่านกองทุนรวม Fund Manager
  3. การเทรดทองคำแบบ Gold Futures
  4. การเทรดทองคำแบบ Gold Spot
  1. การถือครองทองคำแท่ง

การถือครองทองคำแท่ง : นี่เป็นวิธีคลาสสิคที่สุด ก็คือการไปซื้อทองคำแท่งจริงๆ มาถือเก็บเอาไว้เลย
จากนั้นรอเวลาจนเมื่อ ราคาของทองคำพุ่งสูงขึ้น จึงค่อยนำออกไปขาย เพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา

แต่มีข้อเสียดังต่อไปนี้

  1. ใช้ลงทุนที่สูง ต้องชำระเงินเต็มจำนวน สำหรับการซื้อทองคำแท่งแต่ละครั้ง
  2. ทำกำไรได้เฉพาะในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นเท่านั้น
  3. เสี่ยงต่อการโจรกรรม
  4. ต้องลงทุนตู้เซฟ มีค่าใช้จ่ายในการฝากทอง และการทำประกันสินทรัพย์

2. Gold Future กับ Gold Spot คืออะไร ?

Gold Future กับ Gold Spot คือการเทรดทองคำ “ในรูปแบบสัญญาล่วงหน้า”
ในยุคสมัยปัจจุบันนั้น การลงทุนในทองคำนั้นทำได้ง่ายกว่าเดิมมาก
นักลงทุนสามารถเปิดบัญชี,ซื้อขายทองคำได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

ซึ่งมีข้อดีดังต่อไปนี้:

  • ไม่ต้องใช้เงินลงทุนที่สูงเต็มจำนวน เหมือนการซื้อทองคำแท่ง
  • เพราะสามารถใช้เพียงหลักประกัน Margin, Leverage ในการซื้อหรือถือครองเท่านั้น
  • สามารถเก็งกำไรได้ทั้ง ตลาดขาขึ้น และ ตลาดขาลง

ไม่ต้องเก็บทองคำแท่งไว้ จึงปลอดภัยจากการโจรกรรม

Gold Future กับ Gold Spot ต่างกันอย่างไร ?

Gold Future : เป็นการลงทุนกับ ตลาดภายในประเทศ

  • ราคาทองคำ : อ้างอิงจากในประเทศ
  • Volume : ค่อนข้างจำกัดอยู่ในประเทศ
  • หน่วยที่ใช้ : สกุลเงินในประเทศ,เทรดผ่านโบรกเกอร์ในประเทศ
  • ช่วงเวลาในการเทรด : ตามเวลาเปิด/ปิด ของตลาดหุ้นในประเทศ

Gold Spot : เป็นการลงทุนโดยตรงกับ ตลาดโลก

  • ราคาทองคำ : อ้างอิงจากราคากลางตลาดโลก
  • Volume : สูงมาก เพราะเป็นการซื้อขายจากทั่วทั้งโลก
  • หน่วยที่ใช้ : ดอลล่า / ออนซ์
  • ช่วงเวลาในการเทรด : ตลอด 24 ชม. : 5 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์-ศุกร์)

จุดเด่นสำคัญของ Gold Spot

Gold Spot นั้นสามารถเริ่มต้นได้ง่าย และทำการซื้อขายได้ตลอด 24 ชม.
ปัจจุบันโบรกเกอร์ Forex แทบทั้งหมดจะมีสินทรัพย์ Gold Spot ให้นักลงทุนสามารถเทรดได้
โดยจะใช้สัญลักษณ์ว่า XAUUSD หรือ Gold และ Gold Spot

  1. เปิดบัญชีได้ง่าย ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
  2. เริ่มต้นการเทรดได้ทันที หลังจากบัญชีอนุมัติ
  3. ใช้เงินลงทุนที่ต่ำ โดยส่วนใหญ่ขั้นต่ำเพียง 100$
  4. สามารถทดลองเทรด Demo ได้ฟรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น